เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด ศึกพรีเมียร์ลีก
1. มหัศจรรย์ "แม็คก้า"
ตอนนี้ถ้าจะถามว่าใครคือผู้เล่นที่ท็อปฟอร์มที่สุดของ
ลิเวอร์พูล คงหนีไม่พ้น อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ หลังสร้างผลงานดีมีคุณภาพทั้งการเล่นเกมรับและรุกช่วยให้ "หงส์แดง" สามารถคว้าสามคะแนนสำคัญได้สำเร็จ แม็ค อัลลิสเตอร์ โชว์ให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมในการคุมพื้นที่แดนกลาง มีหลายจังหวะที่ตัดแย่งบอล และตัดเกมไม่ให้ "ดาบคู่" ได้บุกเข้ามาโจมตีพื้นที่สุดท้าย ขณะเดียวกันก็ยังหาจังหวะในการผ่านบอลสวยๆ รวมทั้งคอยดักยิงประตูจากแถวสอง
2. ปัญหาแนวรับช่วงต้นเกม
สำหรับเกมนี้แฟนบอล "หงส์แดง" เกือบโดนอาคันตุกะส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายทั้งๆ ที่เกมเพิ่งเริ่มเล่นแค่ 33 วินาที ! เมื่อ เจมส์ แม็คเคที ได้โอกาสซัดโล่งๆ ที่เสาไกลแต่ ควีวิน เคลเลเฮอร์ โชว์ซูเปอร์เซฟป้องกันได้อย่างหวุดหวิด ขณะเดียวกันในจังหวะต่อเนื่องที่ได้เตะมุม เชฟฯ ยูฯ ก็เกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจาก เบน เบรเรตัน ดิอาซ ต้องบอกว่าถือว่าเป็นโชคดีจริงๆ ที่เจ้าบ้านไม่เสียประตู แต่ในขณะเดียวกันนี่คือสิ่งที่ "บอส" ต้องรีบแก้ไขเป็นการด่วน
3. ความขยันไม่เคยทำร้ายใคร-เกมรุกขาดความเฉียบคม
สิ่งที่แฟนบอลลิเวอร์พูลประทับใจในตัวของ ดาร์วิน นูนเญซ ก็คือความทุ่มเท และความขยัน โดยเจ้าตัวถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่วิ่งพล่านไปทั่วในแดนหน้า และมักจะใช้ความเร็วให้เกิดประโยชน์เวลาวิ่งไล่บอลจากกองหลัง หรือผู้รักษาประตูคู่แข่ง จังหวะที่ได้ประตูขึ้นนำต้องยกเครดิตให้กับ "น้องนูน" อย่างแท้จริง เพราะเขาไม่เคยหยุดที่จะยิงเข้าไปกดดัน อีโว เกอร์บิช นายทวารทีมเยือน ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อ โกล "ดาบคู่" ดันซัดไปติดขา สตาร์ทีมชาติอุรุกวัย เข้าไปประตูไป ก่อนหน้าที่จะทำประตูได้ นูนเญซ ก็แสดงให้เห็นถึงจุดเด่นในเรื่องสปีดต้นของเขามาแล้ว จากการวิ่งแซงหน้ากองหลังคู่แข่ง และเปิดบอลเข้ากลาง แต่น่าเสียดายที่ หลุยส์ ดิอาซ เข้าบอลไม่ถึงไม่อย่างนั้นสกอร์อาจจะขึ้นนำไปแล้วก็ได้
4. ซาลาห์เหงา-กราเฟนแบร์กเงียบ
ถ้าจะหาผู้เล่นที่ทำผลงานได้น่าผิดหวังในแมตช์นี้ก็คือหนีไม่พ้น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ไรอัน กราเฟนแบร์ก เพราะทั้งคู่แทบจะไม่ได้ช่วยอะไรทีมเลย แถมบางจังหวะยังทำให้โอกาสที่น่าจะได้ประตูหลุดลอยไป ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่ "บอส" เลือกที่จะเปลี่ยน ซาลาห์ และ กราเฟนแบร์ก ออกในช่วงครึ่งหลัง เพราะมองแล้วทั้งสองคนคงไม่สามารถช่วยปั้นเกมให้ทีมได้ และนั่นคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะหลังจากนั้น "หงส์แดง" ก็กลับมาสร้างโอกาสได้มากขึ้นอีกครั้ง และในที่สุดก็ได้ประตูอย่างที่ต้องการ
5. แดงเดือดสุดสำคัญ
"เดอะ เร้ดส์" เพิ่งจะโดนฝังรอยแค้นจากการโดน "ผีแดง" เขี่ยตกรอบ เอฟเอ คัพ เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา และแน่นอนว่าพวกเขาต้องการที่จะเอาคืนคู่อริตลอดกาล เพราะชัยชนะมันไม่เพียงแค่ได้สามแต้มเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ แมนฯ ยูฯ จะทำผลงานไม่ค่อยดีนักในลีกโดย 5 แมตช์หลังสุดชนะ 1 เสมอ 1 และแพ้ 3 แมตช์ แถมสองเกมล่าสุดก็โดนยิงช่วยนาทีสุดท้าย (เสมอ เบรนท์ฟอร์ด 1-1 และแพ้ เชลซี 3-4) แต่การรับมือ "หงส์แดง" เป็นศึกศักดิ์ศรีที่ยอมไม่ได้เด็ดขาด