แข้งเทพแจ่ม - กิเลนแจ๋ว
บอลไทยลีก นัดกลางสัปดาห์ 2 ทีมพันธมิตร “สีแดง-ดำ” ผลงานเข้าเป้า สมใจนึก ทั้งคู่
“กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด เกือบจะหลับแต่กลับมาได้อย่างเหลือเชื่อ! เมื่อโดนทีมเยือน อุทัยธานี เอฟซี ออกนำไปก่อนถึงสองลูกในครึ่งเวลาแรก
แต่ช่วงพักครึ่งไปกินดีหมีหัวใจเสือที่ไหนมาไม่รู้ กลับมาพลิกสถานการณ์ในช่วง 45 นาทีหลัง รัวยิงแซงห้าลูกรวด เอาชนะ “ช้างป่าห้วยขาแข้ง” ขาดลอย 5-2
ลบอาถรรพ์ที่ก่อนหน้านี้เคยเจอกันมาทั้งในบอลลีกและบอลถ้วย ยังไม่เคยเอาชนะอุทัยธานีได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวลงได้เสียที
พร้อมส่งให้ เมืองทอง ขยับขึ้นไปรั้งท็อปไฟว์ของตารางเทียบร้อยโรงเรียนธันเดอร์โดม โดยมีแต้มตามหลัง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด อันดับ 4 อยู่เพียง 4 คะแนน
อีก 7 นัดที่เหลืออะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น! ซึ่งใครจะเชื่อล่ะว่า...พลพรรคกิเลน จากที่เคยหล่นไปดิ้นรนหนีโซนล่างของตารางในเลกแรก
มาเลกสองจะพลิกฟอร์มจากร้ายกลายเป็นดี ไม่แพ้ใครมาแล้ว 7 เกมติด และชนะคู่แข่ง 5 นัดติดต่อกันในทุกถ้วย ที่สำคัญแข้งตัวหลักต่างโชว์ฟอร์มเจ๋งเป้งด้วยกันแทบทุกคน ไม่ว่าจะเป็น วิลเลียน พอพพ์ และสองแข้งทีมชาติชุดใหญ่ เจริญศักดิ์ วงศ์กร , ปรเมศย์ อาจวิไล รวมถึง กัปตันทีม พิชา อุทรา , คคนะ คำยก , ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ที่เล่นดีขึ้นเรื่อยๆหลังสลัดอาการบาดเจ็บ (ยาว) จนพ้นไปได้
ที่สำคัญ นายทวารจอมเก๋า “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ซึ่งคัมแบ็คกลับมายืนเฝ้าเสาให้น้องๆได้อุ่นใจ ในฝีไม้ลายมือการเซฟของ“เทพกวินทร์บินได้”กันอีกครั้ง โดย เมืองทอง มีโอกาสที่จะเดินหน้าคว้า 3 แต้มต่อเนื่อง ในศึกไทยลีก ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ตราด เอฟซี ทีมรองบ๊วย วันเสาร์ที่ 6 เม.ย.นี้
ขณะเดียวกันอีกทีมที่ทำผลงานแจ่มแจ๋วไม่แพ้กัน จนกลับมาสู่เส้นทางลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดได้อย่างน่าดูชมก็คือทีมรองจ่าฝูง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งฉวยจังหวะที่จ่าฝูง บุรีรัมย์ แต้มสะดุดเสมอกับ บีจี 1-1 ในเกมซูเปอร์บิ๊กแมตช์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ด้วยการบุกไปแซงชนะคว้า 3 แต้มอันล้ำค่าจากรัง “ราชันมังกร” ราชบุรี เอฟซี 2-1 ออกมาได้จากการซัลโวของคู่ขาแซมบ้าคอนเน็คชั่น วานเดอร์ หลุยส์ และประตูชัยของ วิลเลน โมต้า ที่กระทุ้งไปแล้ว 16 ลูก นำเป็นดาวซัลโวสูงสุดของไทยลีกอยู่ ณ เวลานี้ ส่งให้สถานการณ์ของการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้ กลับมาเข้มข้นมันส์หยดติ๋งอีกครั้งโดยเฉพาะ บียู ที่ทำท่าจะแผ่วไปแล้ว ได้คืนสู่เส้นทางแย่งแชมป์ไทยลีก เต็มตัวหลังทำคะแนนไล่จี้แข้งเซราะกราวแชมป์เก่า เหลือแค่ 2 แต้มแล้ว แถมยังมีเกมตกค้างอยู่ในมืออีก 1 แมตช์ กับ ลำพูน วอริเออร์ ซึ่งจะเตะกันหลังสงกรานต์ ในวันที่ 18 เม.ย.ถ้ายอดทีมเมืองหลวงเก็บชัยได้สำเร็จ นั่นหมายถึง ตำแหน่ง “จ่าฝูง” จะเปลี่ยนมือทันที
แต่เหตุการณ์นี้อาจมาเร็วก่อนกำหนดในวีกนี้เลย ก็เป็นได้ หากทีมปราสาทสายฟ้า เกิดรถผ้าป่าคว่ำแพ้คาบ้านให้กับ พีที ประจวบ เอฟซี ในวันเสาร์นี้ แล้ว บียู เผด็จศึก การท่าเรือ ในเกมบิ๊กแมตช์วันอาทิตย์ที่ 7 เม.ย. อย่าทำเป็นเล่นไปนา กุนซือต่อพิฆาต“โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ เค้ายิ่งชอบปล่อยทีเด็ดใส่แข้งเซราะกราว อยู่ซะด้วย