เปิดภารกิจช่วยช้างหนีน้ำท่วม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ทำไมการช่วยเหลือทำได้ยาก

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยเฉพาะบริเวณปางช้างหลายจุด น้ำลดลงจนสภาพเกือบเป็นปกติแล้ว แต่ยังปรากฏสภาพดินโคลนตกค้างอย่างหนัก ส่วนความคืบหน้าการเข้าช่วยเหลือช้างที่สูญหาย ทีมสัตวแพทย์ที่นำโดยสถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง และควาญช้างแม่แตง กระจายกำลังเร่งค้นหาช้างที่สูญหายอีกจำนวนหนึ่ง

ช่วงเช้าที่ผ่านมาของวันนี้ (5 ต.ค.) ควาญช้างในพื้นที่แม่แตง พบซากช้างล้มจำนวน 2 เชือก ลอยติดกับซากไม้ในแม่น้ำแม่แตงบริเวณด้านหลังโรงแรมสิบแสน รีสอร์ต แอนด์ สปา อ.แม่แตง โดยทั้ง 2 เชือกอยู่ห่างกัน 300 เมตร ซึ่งได้รับการยืนยันว่าทั้งสองเชือก คือ พังฟ้าใส และ พลายทอง เป็นช้างจากมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม หรือ แอลลิแฟ้นท์ เนเจอร์ปาร์ค (Elephant Nature Park) ที่อยู่ห่างจากจุดที่พบซากช้างล้มราว 6 กิโลเมตร

นายสัตวแพทย์ (นสพ.) ทวีโภค อังควานิช สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลช้าง จ.ลำปาง หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ช้าง สถาบันคชบาลแห่งชาติในพระอุปถัมภ์ฯ ซึ่งนำภารกิจการช่วยเหลือช้าง เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ได้รับแจ้งว่าจำนวนช้างในปางแอลลิแฟ้นท์ เนเจอร์ ปาร์ค มีทั้งหมด 119 เชือก ทางเจ้าหน้าที่ของปางและควาญในพื้นที่ช่วยนำขึ้นไปที่ปลอดภัยเบื้องต้นเป็นส่วนใหญ่ และมีบางส่วนที่อยู่ในคอกของปางช้างทั้งสองฝั่งแม่น้ำรวม 16 เชือก ซึ่งยังอยู่ครบและยังมีชีวิต แต่ข้อมูลล่าสุด ยังมีช้างที่ยังสูญหายประมาณ 5-9 เชือก
นสพ.ทวีโภค กล่าวว่า ช่วงบ่ายของวันนี้ ทีมสัตว์แพทย์จากหลายหน่วยงาน ได้แก่ สถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรมปศุสัตว์ องค์การสวนสัตว์ และกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หลายสิบคน พร้อมด้วยควาญช้างในพื้นที่ จะกระจายกำลังเข้าค้นหาและตรวจช้างทุกเชือก โดยเน้นพื้นที่แรกคือปางแอลลิแฟ้นท์ เนเจอร์ ปาร์ค ซึ่งเสียหายหนัก หลังจากนั้นจะเป็นปางช้างแห่งอื่น ๆ ใน อ.แม่แตง ซึ่งได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยในภาพรวมของ อ.แม่แตง มีช้างทั้งสิ้นกว่า 400 เชือก

“หลังจากนี้เราจะต้องดูปางช้างในพื้นที่ อ.แม่แตง ทั้งหมด เพราะมีปางอื่น ๆ ด้วยที่ได้รับผลกระทบ แต่ว่าช้างเขาเคลื่อนที่ขึ้นไปที่สูงทั้งหมด เลยไม่เกิดการสูญเสีย” นสพ.ทวีโภค กล่าว
อุปสรรคและความยากลำบากในการช่วยเหลือ
ในการเข้าช่วยเหลือช้างในพื้นที่ปางช้างแอลลิแฟ้นท์ เนเจอร์ ปาร์ค ซึ่งปรากฏคลิปวิดีโอทางสื่อสังคมออนไลน์ถึงการเร่งอพยพสัตว์หลายชนิด ตั้งแต่วันพฤหัสที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา มีอุปสรรคหลายประการ ซึ่ง นสพ.ทวีโภค ระบุกับบีบีซีไทย ดังนี้

สภาพพื้นที่ เนื่องจากสภาพพื้นที่ของปางเกิดความเสียหายเยอะ และมีลักษณะเป็นเลนโคลน การเข้าออกลำบาก สัญญาณโทรศัพท์ไม่มี และยังมีลำน้ำแม่แตงที่กั้นกลางระหว่างพื้นที่ปางที่แบ่งเป็นสองโซน การช่วยเหลือไม่สามารถข้ามลำน้ำไปได้ เพราะน้ำไหลแรงมาก
ปัจจัยจากปางช้างเองที่อาจจะไม่ได้เตรียมพร้อมพอสมควร ในเรื่องภัยพิบัติและแผนอพยพ ทำให้การเคลื่อนย้ายอพยพอาจเกิดความล่าช้า ทำให้บางส่วนย้ายไม่ทันและเกิดการสูญเสีย
ช้างส่วนใหญ่ช้างที่ปางแห่งนี้ ไม่ได้รับการฝึก ไม่ได้คอนแทค (ปฏิสัมพันธ์) กับคน ทำให้การเคลื่อนย้าย การอพยพต้องใช้เวลา และต้องใช้คนพอสมควร นอกจากนี้ในปางช้างยังมีกลุ่มช้างตัวผู้ ซึ่งไม่ได้ปฏิสัมพันธ์กับคนเลย ลักษณะการดูแลจะอยู่ในคอกกว้าง ๆ พอมีปัญหาอุทกภัย ทำให้การเคลื่อนย้ายต้องใช้การประเมินความปลอดภัยกันพอสมควร
“เมื่อวานนี้ (4 ต.ค.) น้ำสูงขึ้นถึงระดับคอช้าง เราก็ประเมินว่า จะวางแผนเคลื่อนย้ายกันยังไง เพราะว่าการวางยาช้างในน้ำค่อนข้างสุ่มเสี่ยง เมื่อประเมินจากพฤติกรรมและโอกาส และสรุปว่า อาจจะจำเป็นต้องใช้ทุ่นลอยคอ ที่เราวางไว้ คือ จะใช้ต้นกล้วยที่ลอยน้ำได้ ช้างใช้เป็นที่เกาะยึดได้ และเป็นอาหารและน้ำให้กับช้างได้ อันนี้ที่ประเมินเมื่อวานนี้ แต่เผอิญโชคดี คือ น้ำลดลงอย่างรวดเร็วภายในวันเดียวกัน จึงไม่เกิดการสูญเสียเพิ่ม”

สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลช้าง จ.ลำปาง กล่าวด้วยว่า ส่วนช้างที่ได้รับการช่วยเหลือไปอยู่ในที่ปลอดภัยพ้นน้ำไปแล้ว ยังต้องเข้าไปดูและเรื่องของโรคและสุขอนามัย เพราะเมื่อช้างเปลี่ยนที่อยู่ อาจจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน ซึ่งการหลับจะเป็นการหลับในลักษณะยืนหลับ และการอยู่ในพื้นที่คับแคบ เรื่องความเครียดของช้างก็อาจจะเกิดขึ้นได้
สถานการณ์ล่าสุด
เช้านี้ สัตวแพทย์จากศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง ได้ขึ้นบินกับเฮลิคอปเตอร์ของกองบิน 41 กองทัพอากาศ จ.เชียงใหม่ เพื่อใช้กล้องอินฟาเรด ส่องระบุพิกัดช้างและสำรวจหาช้างที่สูญหาย ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ต.กื๊ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยจากการบินสำรวจพบสัญญาณของช้างจำนวน 3 เชือก อยู่ห่างออกไปจากปางช้างเนเจอร์ปาร์ค ราว 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นไปได้ว่าเป็นช้างที่กำลังตามหา

สำนักข่าวเดอะรีพอร์ตเตอร์ส รายงานสถานการณ์น้ำบริเวณ อ.แม่แตง เมื่อ 13.00 น. ที่ผ่านมาว่า น้ำลดลง 1.5 -2 เมตร และไหลลงกลับไปรวมกับลำน้ำแม่แตงแล้ว ส่วนช้างที่ป่วยและพิการ และช้างดุอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้อพยพนั้น เนื่องจากน้ำได้ลดลงแล้ว จึงปรับแผนไม่ต้องเคลื่อนย้าย

นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งลงพื้นที่ปางช้าง แอลลิแฟ้นท์ เนเจอร์ ปาร์ค บอกกับเดอะรีพอร์ตเตอร์สด้วยว่า ทางจังหวัดได้แจ้งเตือนล่วงหน้า 3 วัน แต่เหตุที่อาจอพยพไม่ทันเนื่องจากปางช้างมีขนาดใหญ่ ซึ่งมีสัตว์จำนวนมาก

“เราแจ้งเตือนล่วงหน้ามา 3 วัน ปางต่าง ๆ เขาเก็บ ไม่มีปัญหา ไม่สูญเสีย แต่ปางนี้เป็นปางที่ใหญ่เคลื่อนย้ายไม่ทัน” รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ กล่าว
นอกจากช้างกว่า 120 เชือก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นช้างป่วย ช้างชราและช้างพิการ ปางแห่งนี้ ยังมีสุนัข 700 ตัว แมว 2,500 ตัว วัวควายรวมกว่า 200 ตัว และม้าตาบอด ม้าแก่ จำนวน 23 ตัว ซึ่ง น.ส.แสงเดือน ชัยเลิศ ประธานมูลนิธิอนุรักษ์รักช้างและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้ดูแลปางช้างแอลลิแฟ้นท์ เนเจอร์ ปาร์ค เปิดเผยว่า “วัวควายสูญหายเยอะมาก หมาแมวทุกตัวปลอดภัย” โดยได้เคลื่อนย้ายขึ้นไปอยู่ในที่สูง แต่ยังมีปัญหาเรื่องกรงใส่สัตว์

ประธานมูลนิธิอนุรักษ์รักช้างและสิ่งแวดล้อม ระบุด้วยว่า เมื่อมีการแจ้งเตือนว่าน้ำจะท่วม ทางปางช้างได้ย้ายช้างที่อยู่ในที่ลุ่มขึ้นไปอยู่ที่สูง แต่ยังไม่ปลอดภัย เนื่องจากน้ำท่วมในทุกพื้นที่ของหมู่บ้าน

“การแจ้งเตือนว่าน้ำจะท่วมพวกเราได้ย้ายช้างที่อยู่ในที่ลุ่มขึ้นสู่ที่สูง แต่ใครจะคาดคิดว่าที่สูงแล้วยังไม่ปลอดภัยเมื่อน้ำท่วมถึงบนภูเขาจมหมู่บ้านกื้ดช้างแทบทั้งหมู่บ้าน สัตว์ของเราที่อยู่ในพื้นที่ลอยคออยู่ในน้ำ เนื่องจากช้างที่เราให้นอนกลางคืนพวกเขาไม่ได้ล่ามโซ่ แต่มีโรงนอนที่มีรั้วกั้น แต่น้ำที่มาสูง 3 เมตร น้ำมาสูงเกินรั้วโรงนอนเกือบมิดหลังคาบางโรงนอน กระแสน้ำที่แรงมาก พัดเอาช้างตาบอดแม่พลอยทอง พังแม่มีบุญ และช้างหลายตัว ออกจากคอกหายไปต่อหน้าต่อตา” เธอกล่าว

โพสต์โดย : dedjing dedjing เมื่อ 6 ต.ค. 2567 07:46:03 น. อ่าน 151 ตอบ 0

ปิดโฆษณานี้

ปิดโฆษณานี้