โมนาโก
ผลงาน โมนาโก 5 นัดล่าสุด
27/09/2025 ลอริยองต์ 3 : 1 โมนาโก
21/09/2025 โมนาโก 5 : 2 เม็ตซ์
18/09/2025 คลับ บรูกก์ 4 : 1 โมนาโก
14/09/2025 โอแซร์ 1 : 2 โมนาโก
31/08/2025 โมนาโก 3 : 2 สตราส์บูร์ก
ยอดทีมจากแดนน้ำหอม ประเดิมนัดแรกด้วยความพ่ายแพ้ยับเยินต่อ คลับ บรูช 1-4 ในเกมที่ทีมมีปัญหาเรื่องเครื่องปรับอากาศบนเครื่องบินโดยสารเสีย ทำให้ต้องเดินทางในเช้าวันแข่ง ซึ่งส่งผลต่อสภาพความพร้อมและร่างกายของนักเตะอย่างเลี่ยงไม่ได้ สภาพทีมยังไร้ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์วัย 32 ปี ที่ยังไม่ฟิตพอลงเล่น โดยคาดว่า อดีตมิดฟิลด์แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ เพื่อคืนสนามอีกครั้ง นอกจากนั้น กุนซือ อาดี้ ฮัตเตอร์ ยังคงปราศจาก ลามีน กามาร่า (ข้อเท้า), เดนิส ซากาเรีย (โคนขาหนีบ), อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง) และนายทวารมือหนึ่ง ลูคัส ฮราเด็คกี้ (หัวเข่า) อย่างไรก็ดี ธีโล่ เคห์เรอร์ เซนเตอร์ชาวเยอรมนี ที่โดนใบแดงในเกมลีกเมื่อสุดสัปดาห์ พร้อมลงเล่นในเกมชปล.อันซู ฟาติ ที่ยืมจากบาร์เซโลน่า ยังคงโชว์ฟอร์มน่าประทับใจ โดยทำ 4 ประตูจาก 3 เกมที่ถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม มีลุ้นออกสตาร์ตในเกมนี้
แมนฯ ซิตี้
ผลงาน แมนฯ ซิตี้ 5 นัดล่าสุด
27/09/2025 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5 : 1 เบิร์นลี่ย์
25/09/2025 ฮัดเดอร์ฟิลด์ 0 : 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
21/09/2025 อาเซนอล 1 : 1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
19/09/2025 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 : 0 นาโปลี
14/09/2025 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3 : 0 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
"เรือใบสีฟ้า" แข็งแกร่งสมราคาแชมป์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว หลังเปิดบ้านทุบนาโปลี แชมป์เซเรีย อา จากอิตาลีราบคาบ 2-0 เก็บ 3 แต้มแรกอย่างยอดเยี่ยมสภาพทีมไม่มีปัญหาตัวเจ็บเพิ่ม กระนั้น ทีมยังต้องเช็กความฟิตของ โรดรี้ มิดฟิลด์บัลลง ดอร์ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่า ยังไม่สมบูรณ์เต็มถัง คาดว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือจอมแท็กติกจะยังคงปราศจาก อับดูโคเดียร์ คูซานอฟ (ข้อเท้า), รายาน เอต-นูรี่ (เรียกความฟิต) และ โอมาร์ มาร์มูช (หัวเข่า) ต้องพักอีกระยะ ส่วน รายาน แชร์กี ที่เจ็บต้นขา คาดว่าจะกลับมาฟิตเต็มร้อยในเดือนพฤศจิกายนเออร์ลิง ฮาแลนด์ ศูนย์หน้านอร์วีเจี้ยน เพิ่งทำลายสถิติยิงครบ 50 ประตูในชปล.เร็วที่สุด ด้วยจำนวน 49 เกม จากนัดชนะนาโปลี ฟอร์มร้อนแรงไม่มีแผ่ว พร้อมกระซวกตาข่ายเจ้าถิ่น
11 ผู้เล่นตามคาด
โมนาโก (4-4-2) : ฟิลิปป์ คอห์น - วานแดร์ซอน, เอริค ดายเออร์, ธีโล่ เคห์เรอร์, ไคโอ เอ็นรีเก้ - แม็กเนส อาคลิอูเช่, มามาดู คูลิบาลี่, ยอร์แดน เตเซ่, อันซู ฟาติ - โฟลาริน บาโลกุน, มิก้า บีเร็ธ
แมนฯ ซิตี้ (4-1-4-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า - มาเตอุส นูเนส, จอห์น สโตนส์, ยอสโก้ กวาร์ดิโอล, นีโก้ โอ ไรลี่ย์ - นีโก้ กอนซาเลซ - ออสการ์ บ๊อบบ์, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, ทิยานี่ ไรน์เดอร์ส, เยเรมี่ โดกู - เออร์ลิง ฮาแลนด์
สนาม : สต๊าด หลุยส์ เดอซ์
ผู้ตัดสิน : เฆซุส คิล มานซาโน่ (สเปน)
โมนาโกได้เปรียบเสียงเชียร์ แต่ศักยภาพและคุณภาพโดยรวมเป็นรอง เกมรับไม่น่าไว้ใจเท่าที่ควร แต่แดนหน้ายังมีเขี้ยวเล็บ ด้วยชั้นเชิงในการขึ้นเกมอันยอดเยี่ยม กระนั้น แมนฯ ซิตี้ ฤดูกาลนี้ ปรับโหมดมาเป็นทีมเขี้ยวลากดิน รุกก็ได้ รับก็ดี แดนกลางแน่นขึ้น เกมรุกดุดันเมื่อฮาแลนด์กลับมาท็อปฟอร์ม ดูแล้วถ้าได้ก่อน มีสิทธิ์ยิงยาว 2 เม็ดได้เลย